คำถามที่ผู้ปกครองยุคนี้ถามมากที่สุด: มีแอปสอนภาษาอังกฤษตั้งเยอะ ทำไมยังต้องทำใบงานกระดาษ คำตอบสั้นคือสองอย่างนี้ทำคนละงาน และเด็กที่ได้ทั้งคู่ในสัดส่วนถูกต้องจะไปไกลกว่าเด็กที่ได้อย่างเดียว
จุดแข็งที่จอทำได้ กระดาษทำไม่ได้
แอปให้เสียงเจ้าของภาษาที่พ่อแม่ให้ไม่ได้ ให้ feedback ทันทีทุกข้อ และเก่งเรื่องทำให้เด็กอยากเล่นต่อด้วยระบบรางวัล สำหรับการฟังและการออกเสียง จอชนะขาด ใช้แอปเป็นแหล่งเสียงภาษาอังกฤษของบ้านได้เลย
จุดแข็งที่กระดาษทำได้ จอทำไม่ได้
การเขียนด้วยมือกระตุ้นสมองส่วนความจำมากกว่าการจิ้มจอ งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่าเด็กจำตัวอักษรที่เคยเขียนได้ดีกว่าตัวอักษรที่เคยแตะ นอกจากนี้กระดาษไม่มีปุ่มไปหน้าถัดไปให้กดรัว ๆ เด็กต้องอยู่กับข้อที่ยากจนคิดออก ซึ่งคือกล้ามเนื้อความอดทนที่แอปที่ออกแบบให้ลื่นที่สุดกำลังลบทิ้ง
และกระดาษเปิดช่องให้พ่อแม่เข้ามานั่งด้วย ชี้ด้วยนิ้ว ชมตรงหน้า ซึ่งเป็นตัวแปรที่งานวิจัยด้านการเรียนรู้ของเด็กเล็กให้น้ำหนักมากกว่าสื่อใด ๆ
สูตรผสมสำหรับบ้านทั่วไป
- แอป 15-20 นาทีต่อวัน เน้นช่วงที่พ่อแม่ไม่ว่าง ให้ทำหน้าที่เป็นเสียงเจ้าของภาษา
- ใบงาน 10-15 นาทีต่อวัน ช่วงที่มีคนนั่งข้าง เน้นเขียนและอ่านออกเสียงให้คนข้าง ๆ ฟัง
- กติการ่วม: จอเป็นของหลังใบงานเสร็จ ลำดับนี้ทำให้กระดาษไม่กลายเป็นของแสลง



