ครูที่สอนโฟนิกส์มักเจอคำถามเดียวกัน: ถ้าให้เด็กสะกดทุกคำ แล้วคำอย่าง the, was, said ที่อ่านไม่ตรงเสียงจะทำยังไง คำตอบคือคำกลุ่มนี้ไม่ต้องสะกด แต่ต้องจำเป็นภาพ เรียกว่า Sight Words - คำที่เจอบ่อยมากจนเด็กควรมองปุ๊บอ่านได้ปั๊บโดยไม่ต้องคิด
งานวิจัยด้านการอ่านพบว่าคำเพียง 100 คำแรกที่พบบ่อยที่สุด ครอบคลุมข้อความภาษาอังกฤษราวครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เด็กที่จำคำกลุ่มนี้ได้จะอ่านลื่นขึ้นทันทีแบบเห็นผลชัด
แยกให้ชัด: คำไหนสะกด คำไหนจำ
กติกาง่าย ๆ สำหรับห้องเรียน: คำที่อ่านตรงเสียง (cat, red, sit) ให้เด็กสะกดเสมอ เพราะเป็นการฝึกทักษะโฟนิกส์ ส่วนคำที่อ่านไม่ตรงเสียง (the, one, two, said) ให้บอกเด็กตรง ๆ ว่านี่คือคำจำ แล้วสอนแยกต่างหาก อย่าปล่อยให้เด็กพยายามสะกดคำพวกนี้ เพราะจะได้เสียงผิดและเสียความมั่นใจ
- ชุดแรกที่แนะนำ 10 คำ: the, a, I, is, it, in, and, to, you, we
- ชุดสอง: was, said, are, they, one, two, come, some, have, of
- สอนครั้งละ 3-5 คำ อย่าเทให้ทีเดียว 20 คำ
3 กิจกรรมจำ Sight Words ที่ใช้ได้ทุกวัน
หัวใจของการจำคือความถี่ ไม่ใช่ความนาน เจอวันละ 2 นาทีทุกวัน ดีกว่าติวรวด 30 นาทีสัปดาห์ละครั้ง
- Flash ท้ายคาบ - ก่อนปล่อยแถว ชูการ์ดทีละใบ ใครอ่านได้ก่อนได้ออกก่อน ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที
- ล่าคำในห้อง - ติดการ์ดคำตามผนัง ครูพูดคำ เด็กวิ่งไปแตะ ได้ขยับตัวด้วย
- วงกลมคำในใบงาน - ให้เด็กวงกลมคำจำทุกครั้งที่เจอในใบงานอ่าน เด็กจะเริ่มสังเกตเองว่าคำพวกนี้โผล่ทุกที่
สัญญาณว่าได้ผล
เด็กที่จำ Sight Words ชุดแรกได้แล้ว จะอ่านประโยคสั้น ๆ อย่าง The cat is red. ได้เกือบลื่น เพราะเหลือแค่คำเดียวที่ต้องสะกด นี่คือจังหวะที่ควรเริ่มให้อ่านประโยคจริงควบกับใบงานคำศัพท์ เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองอ่านหนังสือออกแล้วจริง ๆ ซึ่งเป็นแรงใจที่สำคัญที่สุดในวัยนี้



