ข้ามไปยังเนื้อหา
Krufahda

สอนวรรณยุกต์ ป.1-2 ไม้เอก ไม้โท อ่านให้ถูกเสียง ไม่ใช่แค่จำรูป

ลำดับสอนวรรณยุกต์ ป.1-2 จากฟังห้าเสียง รู้จักสี่รูป ผันอักษรกลาง สูง ต่ำ พร้อมข้อผิดที่เจอบ่อย เช่น เขียน น๊า และวิธีเช็คท้ายคาบ

สอนวรรณยุกต์ ป.1-2 ไม้เอก ไม้โท อ่านให้ถูกเสียง ไม่ใช่แค่จำรูป
เผยแพร่เมื่อ อ่าน 8 นาที
แชร์บทความ:FacebookLINE

เด็ก ป.1 ส่วนใหญ่ชี้ได้ว่าคำว่า ป่า มีไม้เอก และคำว่า ป้า มีไม้โท แต่พอให้เขียนคำว่า น้า เองหลายคนกลับเขียนเป็น น๊า เพราะหูได้ยินเสียงสูงจึงเลือกรูปที่ดูเหมือนเสียงสูง ข้อผิดนี้ไม่ได้มาจากความสะเพร่า มันบอกว่าเด็กยังเข้าใจว่ารูปวรรณยุกต์กับเสียงวรรณยุกต์เป็นสิ่งเดียวกัน

บทความนี้เรียงการสอนวรรณยุกต์เป็นหกขั้น เริ่มจากหู แล้วไปที่ตา แล้วจึงไปที่กฎของอักษรสามหมู่ แบบเรียนส่วนใหญ่เริ่มผันวรรณยุกต์กับอักษรกลางใน ป.1 แล้วค่อยเพิ่มอักษรสูงและอักษรต่ำ ชั้นและลำดับที่สอนอาจต่างกันไปตามแบบเรียนที่โรงเรียนใช้ ครูจึงหยิบเฉพาะขั้นที่ตรงกับห้องตัวเองได้

ขั้นที่ 1 ฟังห้าเสียงให้ออกก่อนเห็นรูป

ภาษาไทยมีเสียงวรรณยุกต์ห้าเสียง คือ สามัญ เอก โท ตรี และจัตวา ก่อนให้เด็กดูเครื่องหมายใด ๆ ให้ผันเสียงด้วยปากพร้อมกันทั้งห้อง กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า ช้า ๆ วันละสองสามรอบ แล้วเพิ่มท่ามือประกอบ เช่น มือราบระดับอกคือสามัญ มือต่ำคือเอก มือยกขึ้นแล้วตกคือโท มือสูงคือตรี และมือลงแล้วเชิดขึ้นคือจัตวา

เมื่อเด็กทำท่าตามได้ ให้สลับเป็นครูพูดคำ เด็กทำท่ามือ เช่น ครูพูด ป้า เด็กต้องทำท่าเสียงโท เด็กที่ทำท่าไม่ได้ยังแยกเสียงด้วยหูไม่ออก ถ้าข้ามขั้นนี้ไป การจำรูปจะกลายเป็นการท่องโดยไม่รู้ว่าแต่ละรูปทำให้เสียงเปลี่ยนไปอย่างไร

ขั้นที่ 2 รู้จักสี่รูป และเขียนให้ถูกที่

เสียงมีห้าเสียง แต่รูปมีเพียงสี่รูป คือ ไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี และไม้จัตวา ให้เด็กเห็นตั้งแต่แรกว่าคำที่ไม่มีรูปก็ยังมีเสียง เช่น กา ไม่มีรูปวรรณยุกต์แต่อ่านเป็นเสียงสามัญ ชุดเกม AR "วรรณยุกต์เบื้องต้น" ระดับ ป.1 ถามเรื่องนี้ตรง ๆ เช่น ให้เลือกคำที่ไม่มีวรรณยุกต์จาก ก่า ก้า และ กา และให้เลือกว่าคำไหนเขียนด้วยไม้เอกจาก ป่า ป้า และ ป๊า ใช้เป็นกิจกรรมทบทวนต้นคาบได้ราว 5 นาที

ตำแหน่งที่เขียนสำคัญพอ ๆ กับรูป ให้สอนเป็นกติกาสามข้อ

  • วรรณยุกต์อยู่เหนือพยัญชนะต้น เช่น ป่า บ้าน
  • ถ้าพยัญชนะต้นมีสระอยู่ข้างบน เช่น สระอิ สระอี ให้เขียนวรรณยุกต์ไว้เหนือสระ เช่น ที่ ปี่
  • ถ้าคำมีพยัญชนะต้นสองตัว เช่น คำควบกล้ำหรืออักษรนำ ให้เขียนไว้บนตัวที่สอง เช่น กล้วย หน้า ไม่ใช่ ก้ลวย หรือ ห้นา

ขั้นที่ 3 ผันกับอักษรกลางก่อน เพราะรูปตรงกับเสียง

อักษรกลางมีเก้าตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ ที่หลายโรงเรียนให้จำด้วยประโยค ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง อักษรกลางในคำเป็นผันได้ครบห้าเสียง และรูปตรงกับเสียงทุกรูป ไม้เอกให้เสียงเอก ไม้โทให้เสียงโท ไม้ตรีให้เสียงตรี ไม้จัตวาให้เสียงจัตวา จึงเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นที่สุด

ให้เด็กผันเป็นแถว กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า แล้วเปลี่ยนเป็น ดา ปา ตา โดยใช้ท่ามือจากขั้นที่ 1 ประกอบทุกครั้ง จากนั้นอ่านคำจริงที่เด็กรู้จัก เช่น ป่า ป้า ไก่ บ้าน ต้ม จ๋า เด็กจะเห็นว่าเครื่องหมายเล็ก ๆ บนตัวอักษรเปลี่ยนทั้งเสียงและความหมาย ซึ่งตรงกับคำถามในชุดเกม "ผันวรรณยุกต์" ระดับ ป.2 ที่ถามว่า กา ก่า ก้า ต่างกันอย่างไร

ขั้นที่ 4 อักษรสูง พื้นเสียงเป็นจัตวา

อักษรสูงมีสิบเอ็ดตัว คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห ประโยคช่วยจำที่ใช้กันทั่วไปคือ ผี ฝาก ถุง ข้าว สาร ให้ ฉัน อักษรสูงในคำเป็นที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์จะเป็นเสียงจัตวา เช่น ขา หู สอง และผันได้เพียงสามเสียง

  • ขา ไม่มีรูป เสียงจัตวา
  • ข่า ไม้เอก เสียงเอก
  • ข้า ไม้โท เสียงโท

ขั้นที่ 5 อักษรต่ำ จุดที่รูปกับเสียงไม่ตรงกัน

อักษรต่ำมียี่สิบสี่ตัว คือพยัญชนะที่เหลือทั้งหมด อักษรต่ำในคำเป็นที่ไม่มีรูปเป็นเสียงสามัญ ผันได้สามเสียงเหมือนอักษรสูง แต่ต่างกันตรงที่รูปกับเสียงไม่ตรงกัน คา ไม่มีรูป เสียงสามัญ ค่า ไม้เอก แต่เป็นเสียงโท และ ค้า ไม้โท แต่เป็นเสียงตรี

ขั้นนี้คือที่มาของข้อผิด น๊า ในตอนต้น เด็กได้ยินเสียงตรีจึงเลือกไม้ตรี ทั้งที่ น เป็นอักษรต่ำ และเสียงตรีของอักษรต่ำเขียนด้วยไม้โท ข่าวดีคือเด็กรู้จักคำกลุ่มนี้อยู่แล้วจำนวนมาก ให้ใช้คำในชีวิตจริงเป็นตัวอย่าง พ่อ และ แม่ เขียนด้วยไม้เอกแต่อ่านเป็นเสียงโท ส่วน น้ำ ม้า ไม้ น้อง เขียนด้วยไม้โทแต่อ่านเป็นเสียงตรี เด็กจะเห็นว่าเสียงที่ตัวเองพูดทุกวันนั้นถูกอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเรียนคือวิธีเขียน

ชุดเกม "ผันวรรณยุกต์" ระดับ ป.2 มีข้อที่ให้เลือกคำที่ใช้ไม้โทจาก น่า น้า และ น๊า ตัวเลือก น๊า คือข้อผิดแบบเดียวกันนี้ ถ้าเล่นทั้งห้องแล้วมีหลายคนเลือก น๊า แปลว่าห้องนั้นยังต้องอยู่กับขั้นที่ 5 อีกสักพัก

ขั้นที่ 6 คำที่ไม่มีรูป แต่ไม่ใช่เสียงสามัญ

เมื่อเด็กเริ่มเรียนตัวสะกดแล้ว จะพบว่าคำบางคำไม่มีรูปวรรณยุกต์แต่ไม่ได้อ่านเป็นเสียงสามัญ เช่น จะ อ่านเป็นเสียงเอก คำเหล่านี้เรียกว่าคำตาย คือคำที่ประสมสระเสียงสั้นและไม่มีตัวสะกด หรือมีตัวสะกดในแม่กก แม่กด แม่กบ ยกเว้นคำที่ใช้สระ อำ ใอ ไอ เอา ซึ่งนับเป็นคำเป็น คำตายมีกฎการผันของตัวเอง เป็นเนื้อหาที่ควรสอนหลังจากเด็กแยกแม่ตัวสะกดได้แล้ว

ถ้าห้องกำลังเรียนมาตราตัวสะกด สื่อการสอนชุดนักสืบคำมาตรา ตอนที่ 1 แม่กก แม่กด แม่กบ และตอนที่ 2 แม่กง กน กม เกย เกอว แยกคำสองกลุ่มนี้ให้เห็นก่อน ส่วนเรื่องตำแหน่งวรรณยุกต์บนคำควบกล้ำและคำที่มี ห นำ ใช้ต่อกับสื่อชุดนักสืบคำควบกล้ำ และนักสืบอักษรนำ ได้

ข้อผิดที่เจอบ่อย และแต่ละแบบบอกอะไรครู

ข้อผิดเรื่องวรรณยุกต์มีรูปแบบซ้ำ ๆ แต่ละแบบชี้ไปที่ขั้นที่ต้องย้อนกลับ

  • เขียนตามเสียงที่ได้ยิน เช่น น๊า แทน น้า หรือ ค๊ะ แทน คะ: ยังไม่เข้าใจอักษรต่ำ ย้อนไปขั้นที่ 5 และย้ำว่าตามหลักการเขียน ไม้ตรีและไม้จัตวาใช้กับอักษรกลาง
  • อ่านตามรูปทุกคำ เห็นไม้เอกแล้วออกเสียงเอกเสมอ: คำที่คุ้นเคยอย่าง แม่ มักอ่านถูกเพราะจำเสียงได้ จึงต้องเช็คด้วยคำที่ไม่คุ้น เช่น ล่า ซึ่งต้องอ่านเป็นเสียงโท
  • วางวรรณยุกต์ผิดที่ เช่น ก้ลวย ห้นา หรือเขียนเยื้องไปข้างสระ: ย้อนไปกติกาตำแหน่งในขั้นที่ 2 และให้ลากนิ้วหาพยัญชนะตัวที่สองก่อนเขียน
  • สลับไม้เอกกับไม้โท หรือไม้ตรีกับไม้จัตวาตอนเขียน: เป็นเรื่องการจำรูป ให้เขียนรูปใหญ่บนกระดานเทียบกัน แล้วฝึกเขียนในอากาศพร้อมพูดชื่อรูป
  • คิดว่าคำที่ไม่มีรูปคือไม่มีเสียงวรรณยุกต์: ย้อนไปขั้นที่ 2 ทุกพยางค์มีเสียงวรรณยุกต์เสมอ แม้จะไม่มีเครื่องหมาย

เช็คว่าเด็กเข้าใจจริง ภายในห้านาทีท้ายคาบ

การให้เด็กอ่านคำที่มีวรรณยุกต์ออกเสียงพร้อมกันทั้งห้องดูเหมือนได้ผล แต่ครูจะได้ยินแค่เสียงของเด็กที่อ่านเก่ง วิธีด้านล่างเห็นเด็กทีละคนโดยใช้เวลาไม่มาก

  • ท่ามือเงียบ: ครูพูดคำ เด็กทุกคนทำท่ามือบอกเสียงพร้อมกันโดยไม่พูด ครูมองไล่ทั้งห้องได้ในไม่กี่วินาที
  • ถามสองคำถามทุกครั้ง: ชี้คำว่า น้ำ แล้วถามว่า "รูปอะไร" และ "เสียงอะไร" ถ้าเด็กตอบว่ารูปโท เสียงตรี แปลว่าแยกสองเรื่องนี้ได้แล้ว
  • จัดกลุ่มบัตรคำ: แจกบัตรคำ ป่า ป้า ไก่ บ้าน ให้แยกเป็นกองไม้เอกกับไม้โท แบบเดียวกับข้อจัดกลุ่มในชุดเกม "จัดกลุ่มคำและเสียง" ระดับ ป.2 แล้วเพิ่มบัตร พ่อ น้ำ เพื่อดูว่าใครแยกรูปกับเสียงได้
  • บัตรออก 3 ข้อ: ข้อละหนึ่งหมู่ เช่น ป้า ข้าว น้ำ ให้เขียนรูปและเสียงของแต่ละคำ แยกกองตามข้อที่ผิด แล้วเริ่มคาบถัดไปด้วยกลุ่มที่ต้องย้อนขั้น

สำหรับผู้ปกครองที่บ้าน

ไม่จำเป็นต้องท่องกฎอักษรสามหมู่กับลูก เพราะลูกจะได้เรียนที่โรงเรียนอยู่แล้ว สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคือการผันเสียงเล่นด้วยกัน เช่น ชวนลูกพูด มา ม่า ม้า ระหว่างนั่งรถ หรือชี้ป้ายร้านค้าแล้วถามว่าคำนี้มีวรรณยุกต์อะไร ถ้าลูกเขียนคำที่ใช้ในบ้านผิด เช่น เขียน แม่ เป็น แม้ ให้ชวนอ่านออกเสียงทั้งสองแบบแล้วถามว่าแบบไหนคือแม่ของหนู ลูกจะได้ยินความต่างด้วยตัวเอง ซึ่งจำได้นานกว่าการถูกแก้ให้

แชร์บทความ:FacebookLINE