ครู ป.1 หลายคนเปิดเทอมด้วยใบงานคัด A ถึง Z ทั้งที่เด็กบางคนยังจับดินสอไม่มั่น และยังไม่เคยได้ยินคำว่า pencil ในห้องเรียนเลยสักครั้ง ผลคือเด็กลอกตัวอักษรได้สวย แต่พอครูชูดินสอแล้วถามว่า What is this? ทั้งห้องเงียบ ภาษาอังกฤษ ป.1 เป็นปีที่หูและปากต้องมาก่อนดินสอ
หลักสูตรแกนกลางฯ ตั้งเป้าของ ป.1 ไว้ที่การฟังและทำตามคำสั่งง่าย ๆ การรู้จักตัวอักษรกับเสียง และการพูดโต้ตอบด้วยคำสั้น ๆ ตามแบบที่ได้ยิน บทความนี้แยกเนื้อหา ป.1 ออกเป็นสี่เรื่อง เรียงเป็นแผนประมาณ 18 สัปดาห์ และบอกว่าใบงานแต่ละหัวข้อควรใช้ตอนไหน ลำดับหัวข้ออาจต่างจากแบบเรียนของโรงเรียน ครูสลับหน่วยได้ แต่ควรรักษาหลักว่าพูดก่อนเขียนไว้
ป.1 เรียนอะไรจริง ๆ สี่เรื่องที่ต้องมี
หลักสูตรกำหนดคำศัพท์สะสมของช่วง ป.1-ป.3 ไว้ประมาณ 300-450 คำ ป.1 จึงไม่ต้องรีบเพิ่มจำนวนคำ คำที่เด็กหยิบมาใช้ได้จริงในห้องมีค่ากว่าคำที่ท่องได้แต่ไม่เคยพูด เนื้อหา ป.1 แบ่งได้เป็นสี่เรื่อง
- ภาษาในห้องเรียนและการทักทาย: คำสั่งที่ครูพูดทุกวัน การทักทาย การบอกชื่อและอายุ
- ตัวอักษรและเสียง: รู้ชื่อตัวอักษร รู้เสียงต้นคำ และเริ่มเขียนตัวอักษรตามรอย
- คำศัพท์รูปธรรมรอบตัว: ตัวเลข สี รูปทรง ของใช้ในห้อง ครอบครัว ร่างกาย สัตว์ และของเล่น
- รูปประโยคสั้นที่พูดซ้ำได้: This is a ... / I see a ... / I have ... / It's red. ยังไม่ต้องสอนเป็นไวยากรณ์ ให้ใช้เป็นแม่แบบที่เด็กเติมคำได้เอง
ใบงานแต่ละหัวข้อมีสามแบบ ใช้ให้ตรงจังหวะ
ใบงานคำศัพท์ ป.1-3 ของครูฟ้าดาส่วนใหญ่มีสามแบบต่อหัวข้อ แบบที่ 1 คือจับคู่ภาพกับคำ แบบที่ 2 คือเติมตัวอักษรที่หายไปและเลือกคำที่สะกดถูก แบบที่ 3 คือดูภาพแล้วเขียนคำเอง สามแบบนี้ยากขึ้นตามลำดับ เพราะการจำคำได้เมื่อเห็นง่ายกว่าการนึกคำขึ้นมาเองมาก
สำหรับ ป.1 ให้ใช้แบบที่ 1 ในสัปดาห์ที่สอนหัวข้อนั้น หลังจากเด็กพูดคำได้แล้ว ใช้แบบที่ 2 เมื่อเด็กเริ่มรู้เสียงต้นคำ ซึ่งมักเป็นครึ่งหลังของเทอม ส่วนแบบที่ 3 เก็บไว้ทบทวนปลายเทอม หรือให้เด็กที่ทำเสร็จเร็ว ถ้าให้เด็ก ป.1 ทั้งห้องทำแบบที่ 3 ตั้งแต่สัปดาห์แรกของหัวข้อ ครูจะได้ใบงานที่ลอกจากเพื่อนข้าง ๆ มากกว่าความรู้
สัปดาห์ที่ 1-3 ภาษาในห้องเรียนและการทักทาย
เริ่มเทอมด้วยภาษาที่ใช้ได้ทุกวัน เช่น Stand up. Sit down. Open your book. Listen. Hello. Goodbye. What's your name? My name is ... ให้ครูพูดพร้อมทำท่าทุกคาบจนเด็กทำตามได้โดยไม่ต้องแปล เมื่อคำสั่งเหล่านี้ติดหูแล้ว ครูจะพูดภาษาอังกฤษในห้องได้มากขึ้นตลอดเทอมที่เหลือ
ใบงานภาษาในชั้นเรียน ใบงานคำทักทายและคำลา และใบงานการแนะนำตนเอง เป็นบทสนทนาสั้นให้วงกลมคำตอบหรือจับคู่คำถามกับคำตอบ เด็ก ป.1 ต้นเทอมส่วนใหญ่ยังอ่านบทสนทนาเองไม่ได้ ให้ครูอ่านออกเสียงทีละบรรทัด เด็กพูดตาม แล้วจึงวงกลม ใบงานจึงกลายเป็นการฝึกฟังและพูด ไม่ใช่การทดสอบการอ่าน
ตลอดเทอม ตัวอักษรและเสียง วันละ 5-10 นาที
ตัวอักษรไม่ควรเป็นหน่วยที่สอนจบในสองสัปดาห์ ให้เป็นกิจกรรมสั้นต้นคาบทุกคาบตลอดเทอม เด็กต้องรู้สองอย่างคู่กัน คือชื่อตัวอักษร เช่น เอ บี ซี และเสียงที่ตัวอักษรนั้นแทน เช่น a ในคำว่า apple หรือ c ในคำว่า cat ถ้าสอนแค่ชื่อ เด็กจะอ่านคำว่า cat เป็น ซี เอ ที แล้วไม่รู้ว่าคืออะไร
หลักสูตรโฟนิกส์หลายชุดเริ่มจากกลุ่ม s a t p i n เพราะผสมเป็นคำได้เร็ว เช่น sat pin tip ครูที่ใช้แบบเรียนอื่นเรียงตามแบบเรียนได้ ใบงานตัวอักษรและการออกเสียงแบบจับคู่ภาพกับคำ ใช้ฝึกฟังเสียงต้นคำ ส่วนใบงานฝึกลากเส้นและคัดตัวอักษรใช้ฝึกมือ และพาเด็กไปเขียนประโยคแรก I see a ... ได้ตั้งแต่กลางเทอม
สัปดาห์ที่ 4-8 ตัวเลข สี และรูปทรง
สามหัวข้อนี้เป็นคำที่ชี้ได้ จับได้ และนับได้ จึงเหมาะกับช่วงต้นเทอม สอนตัวเลข 1-10 ให้คล่องก่อน แล้วจึงต่อ 11-20 คำ eleven twelve และกลุ่ม teen ต้องใช้เวลามากกว่า เพราะไม่ได้มาจากการต่อคำตรง ๆ แบบภาษาไทย สีและรูปทรงสอนรวมกันได้ เช่น ชูกระดาษแล้วถามว่า What colour? What shape? เด็กตอบ It's red. It's a circle.
ใช้ใบงานตัวเลข 1-20 แบบจับคู่ตัวเลขกับคำศัพท์ ใบงานคำศัพท์สีแบบจับคู่สีกับคำศัพท์ และใบงานคำศัพท์รูปทรงแบบจับคู่รูปทรงกับคำศัพท์ หลังจากเด็กพูดคำได้แล้ว หัวข้อรูปทรงสอนคู่กับคณิตศาสตร์ ป.1 ที่เรียนรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลมอยู่แล้วได้ด้วย
สัปดาห์ที่ 9-13 ของในห้อง ครอบครัว และร่างกาย
ของใช้ในห้องเรียนเป็นหัวข้อที่ใช้ได้ทันทีหลังสอน เช่น Take out your pencil. Give me the eraser, please. ครูควรใช้คำเหล่านี้ในคำสั่งทุกคาบหลังจากนั้น ครอบครัวใช้แม่แบบ This is my ... กับรูปถ่ายหรือภาพวาดของเด็กเอง ส่วนร่างกายสอนด้วยเพลง Head, Shoulders, Knees and Toes แล้วต่อด้วยประโยค I have two eyes.
ใบงานที่ใช้ในช่วงนี้คือ ใบงานคำศัพท์ของใช้ในห้องเรียนแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์ ใบงานคำศัพท์ครอบครัวแบบจับคู่สมาชิกในครอบครัวกับคำศัพท์ และใบงานคำศัพท์อวัยวะร่างกายแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์และเลือกตัวอักษรต้นคำ ใบงานร่างกายแบบนี้มีการเลือกตัวอักษรต้นคำอยู่ในตัว จึงเชื่อมกับการฝึกเสียงต้นคำที่ทำทุกวันได้พอดี
สัปดาห์ที่ 14-17 สัตว์ ของเล่น และคำพูดสุภาพ
สัตว์และของเล่นเป็นหมวดที่เด็ก ป.1 ชอบที่สุด เหมาะกับช่วงที่เด็กเริ่มเหนื่อยกับเทอม ใช้แม่แบบ I like ... และ I have a ... ให้เด็กพูดถึงสัตว์หรือของเล่นของตัวเอง แล้วต่อด้วยคำพูดสุภาพ Please. Thank you. You're welcome. ในสถานการณ์ยืมและแบ่งของเล่น
ใช้ใบงานคำศัพท์สัตว์แบบจับคู่สัตว์กับคำศัพท์ ใบงานคำศัพท์ของเล่นแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์และเลือกอักษรต้นคำ และใบงานคำพูดสุภาพแบบอ่านสถานการณ์แล้วจับคู่ประโยคสุภาพ ใบงานคำพูดสุภาพให้ครูอ่านสถานการณ์ให้ฟังเหมือนช่วงต้นเทอม แล้วให้เด็กแสดงบทบาทสั้น ๆ ก่อนจับคู่
สัปดาห์ที่ 18 ทบทวน และงานสำหรับเด็กที่ไปเร็ว
สัปดาห์สุดท้ายใช้ใบงานแบบที่ 2 ของหัวข้อที่เรียนมาแล้ว เช่น สีหรือสัตว์ เพื่อดูว่าเด็กรู้เสียงต้นคำจริงหรือไม่ ในห้อง ป.1 มักมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่อ่านคำสั้นได้แล้ว ให้เด็กกลุ่มนี้ทำใบงานการเขียนคำศัพท์ ที่คัดตามรอยคำว่า sun kite book frog cake แล้วเขียนคำจากภาพเอง หรือใบงานการอ่านคำ CVC แบบอ่านประโยคแล้ววงกลมคำที่เติมได้ถูกต้อง
งานสำหรับเด็กที่ไปเร็วควรเป็นงานต่อยอด ไม่ใช่งานเพิ่มจำนวน เด็กที่ทำใบงานจับคู่เสร็จก่อนเพื่อนห้านาที ไม่ได้อะไรจากการทำใบงานจับคู่อีกแผ่น
ข้อผิดที่เจอบ่อยใน ป.1 และแต่ละแบบบอกอะไร
ข้อผิดของเด็ก ป.1 ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติของวัย สิ่งที่ครูต้องดูคือข้อผิดนั้นชี้ไปที่ขั้นไหน
- เขียน b กับ d หรือ p กับ q สลับกัน: พบได้บ่อยในวัยนี้ ให้ฝึกเขียนตามรอยพร้อมพูดทิศทางของเส้น ไม่ต้องตกใจ
- อ่านคำด้วยชื่อตัวอักษร เช่น cat เป็น ซี เอ ที: ยังไม่รู้เสียงของตัวอักษร ให้เพิ่มเวลากิจกรรมเสียงต้นคำ
- ตอบปนภาษาไทย เช่น It's สีแดง: เด็กเข้าใจโครงประโยคแล้ว แต่ยังนึกคำไม่ออก ครูพูดประโยคที่ถูกซ้ำให้ฟัง It's red. แล้วให้เด็กพูดตาม ไม่ต้องบอกว่าผิด
- ทำใบงานเสร็จถูกหมด แต่พูดคำไม่ได้: เด็กจับคู่จากรูปร่างของคำโดยไม่รู้เสียง ให้กลับไปทำกิจกรรมพูดก่อนแจกใบงานหัวข้อต่อไป
- ร้องเพลงได้ทั้งเพลง แต่ชี้อวัยวะไม่ถูก: เด็กจำเสียงเพลงได้แต่ไม่รู้ความหมาย ให้หยุดเพลงกลางทางแล้วถามทีละคำ
สำหรับผู้ปกครองที่บ้าน
ลูก ป.1 ไม่ต้องทำใบงานภาษาอังกฤษเพิ่มทุกวัน สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคือการเล่นทายของในบ้านด้วยคำที่ลูกเรียนแล้ว เช่น ชี้แก้วสีแดงแล้วถามว่า What colour? หรือนับบันไดเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าลูกเอาใบงานกลับมาทำที่บ้าน ให้ลูกอ่านคำให้ฟังก่อนลงมือ ถ้าอ่านไม่ได้แต่จับคู่ถูก แปลว่าลูกจำรูปคำได้แต่ยังไม่รู้เสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรบอกครู
ใบงานที่พูดถึงในบทความนี้






