เด็ก ป.2 คนหนึ่งจับคู่ภาพแมวกับคำว่า cat ได้ถูกมาตั้งแต่ ป.1 แต่พอครูให้อ่านประโยค The cat is on the bed. เด็กอ่านออกเสียงได้ทีละคำครบทุกคำ แล้วตอบไม่ได้ว่าแมวอยู่ที่ไหน เด็กไม่ได้อ่านไม่ออก เด็กยังไม่เคยต้องเอาคำหลายคำมาต่อกันเป็นความหมายเดียว ภาษาอังกฤษ ป.2 คือปีที่คำเดี่ยวต้องกลายเป็นประโยค
บทความนี้แยกว่าตัวชี้วัด ป.2 ขยับจาก ป.1 ตรงไหน เรียงหัวข้อเป็นแผนประมาณ 18 สัปดาห์ และบอกว่าใบงาน ป.1-3 ใบไหนใช้ช่วงไหน ลำดับหน่วยอาจต่างจากแบบเรียนของโรงเรียน ครูสลับหน่วยได้ แต่ควรรักษาหลักว่าเด็กต้องได้ฟังและพูดประโยคนั้นก่อนจะเจอบนกระดาษ
ตัวชี้วัด ป.2 ต่างจาก ป.1 ตรงไหน
ถ้าวางตัวชี้วัด ป.1 กับ ป.2 ของหลักสูตรแกนกลางฯ ไว้คู่กัน จะเห็นว่าส่วนใหญ่เหมือนเดิม แต่มีคำที่เพิ่มเข้ามาไม่กี่คำ และคำเหล่านั้นคือเนื้อหาใหม่ของปีนี้
- ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอักษรและเสียง อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ และอ่านประโยคง่าย ๆ: ป.1 หยุดที่คำ ป.2 เพิ่มการอ่านประโยค
- ต 1.1 ป.2/3 เลือกภาพตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ และประโยคที่ฟัง: ป.1 ฟังแค่คำและกลุ่มคำ ป.2 ต้องฟังประโยคแล้วชี้ภาพได้
- ต 1.1 ป.2/1 ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำขอร้องง่าย ๆ ที่ฟัง: เพิ่มคำขอร้องเข้ามาจากคำสั่ง เช่น Please close the door.
- ต 1.2 ป.2/2 ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่าย ๆ ตามแบบที่ฟัง: ไม่ใช่แค่ฟังแล้วทำตาม เด็กต้องพูดขอร้องเองได้ด้วย
- ต 1.1 ป.2/4 ตอบคำถามจากการฟังประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ: ป.1 ตอบคำถามจากเรื่องใกล้ตัว ป.2 เริ่มมีนิทานและบทสนทนา
ใบงาน ป.1-3 มีสามแบบต่อหัวข้อ ป.2 ใช้เร็วขึ้นได้
ใบงานคำศัพท์ ป.1-3 ของครูฟ้าดาส่วนใหญ่มีสามแบบ แบบที่ 1 จับคู่ภาพกับคำ แบบที่ 2 เติมตัวอักษรที่หายไปและเลือกคำที่สะกดถูก แบบที่ 3 ดูภาพแล้วเขียนคำเอง ใน ป.1 แบบที่ 2 มักรอถึงครึ่งหลังของเทอม แต่ ป.2 มีการสะกดคำอยู่ในตัวชี้วัดแล้ว จึงใช้แบบที่ 2 ได้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์แรกของแต่ละหัวข้อ
แบบที่ 3 ยังควรเก็บไว้ทบทวนหรือให้เด็กที่ไปเร็ว เพราะการนึกคำแล้วเขียนเองยากกว่าการเลือกคำที่สะกดถูกมาก ถ้าเด็กครึ่งห้องทำแบบที่ 2 ได้ไม่ถึงครึ่ง แปลว่ายังเร็วเกินไปสำหรับแบบที่ 3
ตลอดเทอม อ่านประโยค วันละ 10 นาที
การอ่านประโยคไม่ควรเป็นหน่วยแยก ให้เป็นกิจกรรมต้นคาบทุกคาบ เริ่มจากคำสามเสียงที่เด็กผสมได้ เช่น cat sit hot แล้วนำมาต่อเป็นประโยคสั้นที่มีคำพื้นฐานอย่าง the is on in เด็กต้องอ่านแล้วทำอะไรสักอย่างกับความหมาย เช่น ชี้ภาพ วาดตาม หรือตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่ใช่แค่อ่านออกเสียงจนจบ
ใบงานการอ่านคำ CVC มีสามแบบที่เรียงความยากได้พอดี เริ่มจากแบบอ่านประโยคแล้ววงกลมคำที่เติมได้ถูกต้อง ต่อด้วยแบบอ่านเรื่องแล้วเลือกถูกหรือผิด แล้วจึงแบบอ่านเรื่องสั้นแล้วตอบคำถาม สามใบนี้ในร้านผูกกับตัวชี้วัด ต 1.1 ป.2/2 ไว้แล้ว ใช้สลับกันสัปดาห์ละครั้งได้ตลอดเทอม
สัปดาห์ที่ 1-2 ภาษาในห้องเรียน เพิ่มคำขอร้อง
เปิดเทอมด้วยคำสั่งที่เด็กรู้จากชั้น ป.1 แล้วเพิ่มคำขอร้องและคำขออนุญาต เช่น Please sit down. Can I go to the toilet? May I come in? ครูพูดเป็นแบบทุกคาบ และให้เด็กเป็นคนพูดขอเองก่อนลุกจากที่นั่ง ภายในสองสัปดาห์ประโยคเหล่านี้จะกลายเป็นกิจวัตร
ใบงานภาษาในชั้นเรียนแบบอ่านบทสนทนาแล้ววงกลมคำตอบ และแบบจับคู่การ์ดคำถามกับคำตอบ ผูกกับตัวชี้วัด ต 4.1 ป.2/1 ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ใช้ปิดท้ายสองสัปดาห์นี้ได้ ถ้าต้องการให้เด็กเขียนคำสั่งเอง ใบงานประโยคคำสั่งแบบเลือกคำเติมลงในช่องว่างใช้ต่อได้ทันที
สัปดาห์ที่ 3-6 อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้และผัก
อาหารเป็นหัวข้อที่เด็กได้ใช้ทั้งการบอกความต้องการของตัวเองตามตัวชี้วัด ต 1.2 ป.2/3 และคำขอร้องที่เพิ่มเข้ามาใน ป.2 ในประโยคเดียวกัน ใช้แม่แบบ I want rice. Can I have some water, please? เล่นร้านอาหารในห้องโดยให้เด็กสลับกันเป็นคนขายและคนซื้อ ประโยคที่พูดจริงจะจำได้นานกว่าประโยคที่คัดลงสมุด
ใช้ใบงานคำศัพท์อาหารและเครื่องดื่มแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์ในสัปดาห์ที่สอน แล้วต่อด้วยแบบเติมตัวอักษรที่หายไป ใบงานคำศัพท์ผลไม้และผักใช้แบบเดียวกันในสองสัปดาห์ถัดมา จุดที่ต้องสอนคู่กันคือ a กับ an เพราะเด็กจะเจอ an apple an egg an orange ในหัวข้อนี้ ใบงาน a / an แบบดูภาพแล้ววงกลมผูกกับตัวชี้วัด ต 1.1 ป.2/4 ใช้เป็นใบงานคั่นได้หนึ่งคาบ
สัปดาห์ที่ 7-9 เสื้อผ้าและสภาพอากาศ สอนเป็นคู่
สองหัวข้อนี้สอนแยกกันได้ แต่ถ้าสอนคู่กัน เด็กจะได้ประโยคที่มีเหตุและผลตั้งแต่ ป.2 เช่น It's hot. I wear a hat. It's rainy. I wear a raincoat. เปิดคาบทุกวันด้วยคำถาม How's the weather today? แล้วให้เด็กหนึ่งคนตอบหน้าห้อง
ใบงานคำศัพท์เสื้อผ้าแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์ และใบงานคำศัพท์สภาพอากาศแบบจับคู่ภาพกับคำศัพท์ ผูกกับตัวชี้วัด ต 1.1 ป.2/3 ซึ่งเป็นเรื่องการเลือกภาพตามความหมาย ให้ครูอ่านประโยคให้ฟังก่อน แล้วเด็กชี้ภาพในใบงานก่อนลากเส้น ใบงานจับคู่ก็จะกลายเป็นการฝึกฟังประโยคด้วย
สัปดาห์ที่ 10-12 โรงเรียน วัน และกิจวัตร
คำศัพท์โรงเรียนกับวันในสัปดาห์ใช้คู่กับตารางเรียนจริงของห้อง เช่น On Monday, we have English. Today is Tuesday. ติดตารางเรียนภาษาอังกฤษไว้ข้างกระดาน ให้เด็กเวรประจำวันอ่านว่าวันนี้วันอะไรและเรียนอะไรบ้าง
ใบงานคำศัพท์โรงเรียนและใบงานคำศัพท์วันในสัปดาห์ใช้แบบที่ 1 และ 2 ตามปกติ ใบงานวันในสัปดาห์แบบที่ 3 ให้เขียนชื่อวันตามลำดับและเติมวันที่หายไป เหมาะเป็นงานปลายหน่วย เพราะเด็ก ป.2 มักสะกด Wednesday ผิดแม้จะพูดได้คล่อง
สัปดาห์ที่ 13-17 บ้าน อาชีพ และกีฬา
ช่วงท้ายเทอมเป็นหัวข้อที่ให้เด็กพูดถึงตัวเองและคนรอบตัว ตรงกับตัวชี้วัด ต 1.2 ป.2/4 พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบที่ฟัง ใช้แม่แบบ This is my bedroom. My mother is a nurse. I like football. ให้เด็กวาดบ้านของตัวเองหรือสมาชิกในบ้านแล้วพูดสามประโยค
ใบงานที่ใช้ได้ในช่วงนี้คือ ใบงานคำศัพท์บ้านและห้องต่าง ๆ ใบงานอาชีพพื้นฐาน และใบงานกีฬา ทั้งสามหัวข้อมีแบบที่ 3 ที่ให้ดูภาพแล้วเขียนคำให้ตรงกับหมายเลข ใช้กับเด็กที่ผ่านแบบที่ 2 แล้ว
สัปดาห์ที่ 18 ทบทวนด้วยเรื่องจากภาพ
ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.2/4 ให้เด็กตอบคำถามจากการฟังประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ สัปดาห์สุดท้ายจึงควรมีเรื่องสั้นที่ครูอ่านให้ฟังแล้วถามคำถาม ใบงานการอ่านเรื่องจากภาพแบบดูเรื่องแล้ววงกลมคำตอบ และแบบเลือกถูกหรือผิด ใช้ได้ทั้งให้เด็กอ่านเองและให้ครูอ่านให้ฟัง
ถ้ามีจอหน้าห้อง เกม AR ชุด ทบทวนอังกฤษ ป.2: is are has can มี 6 ข้อ ใช้ปิดเทอมได้ในห้านาที ส่วนชุดจับคู่และแยกกลุ่มอย่าง อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย และอากาศและฤดู ใช้ทบทวนทีละหัวข้อระหว่างเทอมได้ ครูควรเปิดดูชุดก่อนใช้ เพราะบางชุดอาจมีคำที่ห้องยังไม่ได้เรียน
ข้อผิดที่เจอบ่อยใน ป.2 และแต่ละแบบบอกอะไร
- อ่านออกเสียงได้ครบ แต่ตอบไม่ได้ว่าประโยคหมายความว่าอะไร: เด็กใช้แรงทั้งหมดไปกับการถอดเสียง ให้อ่านประโยคเดิมซ้ำสองรอบ รอบแรกถอดเสียง รอบสองอ่านเพื่อความหมาย แล้วจึงถาม
- a apple หรือ a egg: ยังไม่รู้กติกาเสียงสระ ให้ฟังเสียงแรกของคำ ไม่ใช่ดูตัวอักษรแรก
- two cat หรือ three banana: ภาษาไทยไม่เติมอะไรท้ายคำเมื่อมีหลายชิ้น ให้ชูของจริงแล้วนับพร้อมพูด s ให้ชัด
- ตอบแค่ Yes หรือ No ทุกคำถาม: เด็กเข้าใจคำถามแล้วแต่ยังไม่มีประโยคตอบ ให้แม่แบบ Yes, I do. หรือ It's ... ติดไว้บนกระดาน
- สะกดชื่อวันผิดแต่พูดถูก: เป็นเรื่องปกติของคำที่ตัวเขียนไม่ตรงเสียง เช่น Wednesday ให้แยกพยางค์ตอนเขียน Wed-nes-day ทั้งที่ตอนพูดไม่ออกเสียงแบบนั้น
สำหรับผู้ปกครองที่บ้าน
ลูก ป.2 ได้ประโยชน์จากการอ่านประโยคสั้น ๆ ด้วยกันมากกว่าการทำใบงานเพิ่ม ลองเขียนประโยคหนึ่งประโยคติดตู้เย็นทุกเช้า เช่น The milk is cold. ให้ลูกอ่านแล้วทำตาม หรือชี้ของที่ประโยคพูดถึง ถ้าลูกอ่านออกเสียงได้แต่ทำตามไม่ถูก ไม่ต้องให้อ่านซ้ำหลายรอบ ให้ถามทีละคำว่าคำนี้แปลว่าอะไร แล้วบอกครูว่าลูกติดตรงไหน
ใบงานที่พูดถึงในบทความนี้






