เด็ก ป.5 หลายคนทำใบงาน Past Simple ได้เต็ม แต่พอให้เขียนเล่าว่าเมื่อวานทำอะไร กลับเขียนว่า Yesterday I go to the market. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กไม่รู้กฎ เด็กรู้กฎในใบงานที่บอกอยู่แล้วว่าข้อนี้เป็นอดีต แต่ยังไม่เคยต้องเลือกกาลเองในงานเขียนของตัวเอง
หลักสูตรแกนกลางฯ ขยับเป้าของ ป.4-ป.6 จากคำและประโยคสั้น ไปสู่การอ่านข้อความสั้นแล้วตอบคำถาม การเขียนบรรยายเรื่องใกล้ตัว และคำศัพท์สะสมประมาณ 1,050-1,200 คำเมื่อจบ ป.6 บทความนี้เรียงใบงาน ป.4-6 ของครูฟ้าดาเป็นสามเส้น คือเส้นกาล เส้นการบรรยาย และเส้นการอ่านกับการเขียน แล้วบอกว่าแต่ละเส้นต่อกันตรงไหน ชั้นที่สอนแต่ละเรื่องต่างกันไปตามแบบเรียน ครูจึงใช้เป็นลำดับ ไม่ใช่ตารางตายตัว
เส้นที่ 1 กาล เริ่มจากสิ่งที่ทำทุกวัน
ภาษาไทยไม่เปลี่ยนรูปคำกริยาตามเวลา เราบอกเวลาด้วยคำอย่าง แล้ว กำลัง จะ เด็กไทยจึงต้องฝึกให้สังเกตว่ากริยาภาษาอังกฤษเปลี่ยนรูป ลำดับที่ได้ผลคือเริ่มจากเรื่องที่เด็กทำซ้ำทุกวันก่อน
ขั้นแรกใช้ใบงานกิจวัตรประจำวัน ที่ให้ดูภาพแล้วลากเส้นจับคู่กับคำศัพท์ เพื่อให้มีคำกริยาพร้อมใช้ เช่น get up brush my teeth go to school ต่อด้วยใบงานคำบอกความถี่ ที่ให้ดูแถบความถี่แล้วเลือก always usually never ขั้นนี้เด็กจะได้ประโยค I usually get up at six. ซึ่งเป็น Present Simple ที่มีความหมายจริง ไม่ใช่ประโยคตัวอย่างลอย ๆ
Present Continuous แล้วจึงเปรียบเทียบสองกาล
เมื่อเด็กพูดถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำได้แล้ว จึงสอนสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ใช้ใบงาน Present Continuous ที่ให้ดูภาพแล้วเลือกประโยคที่ถูกต้อง จุดที่ต้องย้ำคือต้องมี am is are ทุกครั้ง เพราะเด็กไทยมักเขียน She running. ตามโครงภาษาไทยที่พูดว่า เธอ กำลัง วิ่ง โดยไม่มีกริยาช่วย
จากนั้นใช้ใบงาน Present Simple กับ Continuous ที่ให้เลือกประโยคให้ตรงกับภาพ ใบงานนี้สำคัญกว่าสองใบก่อนหน้า เพราะเป็นครั้งแรกที่เด็กต้องเลือกกาลเอง ให้เด็กหาคำบอกเวลาในประโยคก่อนตอบ เช่น every day ชี้ไปที่ Present Simple และ now หรือ at the moment ชี้ไปที่ Present Continuous
อดีต เรียง was were ก่อนกริยาปกติและไม่ปกติ
ลำดับที่แนะนำคือ was were ก่อน แล้วจึงกริยาปกติ แล้วจึงกริยาไม่ปกติ เหตุผลคือ was were ใช้กับประโยคที่เด็กพูดบ่อย เช่น I was sick. It was hot. และไม่ต้องจำรูปกริยาใหม่ทีละคำ ใช้ใบงาน Past of to be ที่ให้ดูภาพแล้วเลือก was หรือ were
กริยาปกติเติม -ed ซึ่งออกเสียงได้สามแบบ คือ /t/ ใน walked /d/ ใน played และ /ɪd/ ใน wanted ให้เด็กฟังและแยกเสียงด้วย ไม่ใช่แค่เขียน ใช้ใบงาน Past Simple คำกริยาปกติ แล้วต่อด้วยใบงาน Past Simple คำกริยาไม่ปกติ กริยาไม่ปกติไม่ต้องท่องเป็นรายการยาว ให้เริ่มจากคำที่ใช้เล่าเรื่องบ่อย เช่น went ate saw had got
ประโยคปฏิเสธและคำถามในอดีตเป็นจุดที่เด็กพลาดบ่อย เช่น I didn't went. กฎที่ต้องย้ำคือเมื่อมี did หรือ didn't แล้ว กริยาหลักกลับเป็นรูปปกติ I didn't go.
อนาคต going to กับ will ไม่ได้ใช้แทนกันทุกที่
ใบงานอนาคตด้วย going to ให้อ่านประโยคแล้วเลือกภาพที่ตรงกับแผนในอนาคต ส่วนใบงานอนาคตด้วย will ให้อ่านประโยคแล้วเลือกภาพที่ตรงกับความหมาย สำหรับ ป.4-6 ให้แยกง่าย ๆ ว่า going to ใช้กับสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว เช่น I'm going to visit my grandma this weekend. ส่วน will ใช้กับการตัดสินใจตอนพูด เช่น It's cold. I'll close the window. และการคาดเดาทั่วไป
สอน going to ก่อน will ได้ เพราะใช้ am is are ที่เด็กคุ้นจาก Present Continuous อยู่แล้ว
เส้นที่ 2 การบรรยาย คุณศัพท์ ขั้นกว่า ขั้นที่สุด และคำเชื่อม
เส้นนี้พาเด็กจากการบอกว่าสิ่งของเป็นอย่างไร ไปสู่การเปรียบเทียบและการให้เหตุผล ใช้ใบงานคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ที่ให้เลือก bigger taller faster แล้วต่อด้วยใบงานคำคุณศัพท์ขั้นที่สุด ที่ให้เลือก biggest tallest fastest
กฎการสะกดที่ต้องสอนให้ครบมีสามข้อ คำพยางค์เดียวที่ลงท้ายด้วยสระเสียงสั้นกับพยัญชนะหนึ่งตัวให้ซ้ำพยัญชนะท้าย เช่น big เป็น bigger คำที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยนเป็น i เช่น happy เป็น happier และคำยาวใช้ more หรือ most เช่น more beautiful ข้อผิดที่เจอบ่อยคือ more bigger ซึ่งใช้สองวิธีซ้อนกัน
ปิดเส้นนี้ด้วยใบงานคำสันธาน ที่ให้วงกลม and but หรือ because คำ because คือประตูไปสู่การเขียนแสดงความคิดเห็นในเส้นที่ 3
เส้นที่ 3 อ่านแบบไหน เขียนแบบนั้น
การเขียนของเด็ก ป.4-6 ดีขึ้นเร็วที่สุดเมื่อได้อ่านตัวอย่างของข้อความแบบเดียวกันก่อนเขียน ใบงานการอ่านและการเขียน ป.4-6 จับคู่กันได้ดังนี้
- เรื่องเล่า: อ่านใบงานเรื่องเล่าและนิทาน เรื่อง Mali and the Missing Light แล้วเขียนด้วยใบงานการเขียนเรื่องสั้น ที่วางโครงเรื่อง ใคร ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น ใช้คู่กับเส้นอดีตได้พอดี
- อีเมล: อ่านใบงานอีเมลและจดหมาย ที่เป็นอีเมลจากชมรมสวนโรงเรียน แล้วเขียนด้วยใบงานการเขียนจดหมายและอีเมล ที่ให้เติมอีเมลตัวอย่างแล้วเขียนตอบเพื่อน
- บันทึกประจำวัน: ใบงานการเขียนไดอารี่ ให้เล่ากิจวัตรจากภาพแล้วเขียนห้าประโยคตามโครง ใช้ทบทวนทั้ง Present Simple และ Past Simple ในงานเดียว
- ความคิดเห็น: ใบงานการเขียนประโยคแสดงความคิดเห็น ใช้ I think, I like และ because ต่อจากใบงานคำสันธาน
ลำดับที่แนะนำตลอดสามปี
ถ้าโรงเรียนไม่ได้กำหนดลำดับไว้ ลำดับด้านล่างให้แต่ละชั้นต่อยอดจากชั้นก่อน
- ป.4: กิจวัตรประจำวัน คำบอกความถี่ Present Continuous และการเปรียบเทียบสองกาล คู่กับการเขียนไดอารี่แบบง่าย
- ป.5: was were กริยาปกติ กริยาไม่ปกติ คู่กับการอ่านเรื่องเล่าและการเขียนเรื่องสั้น
- ป.6: คุณศัพท์ขั้นกว่า ขั้นที่สุด อนาคต และคำสันธาน คู่กับการอ่านและเขียนอีเมล และการเขียนแสดงความคิดเห็น
ข้อผิดที่เด็กไทยเจอบ่อย และควรย้อนไปตรงไหน
ข้อผิดของเด็ก ป.4-6 ส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างภาษาไทยที่ติดมา ไม่ใช่ความไม่ตั้งใจ
- He go to school. ไม่เติม s กับประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม: ภาษาไทยไม่มีกฎนี้ ให้ขีดเส้นใต้ประธานก่อนเขียนกริยาทุกครั้ง
- She running. ขาด am is are: ย้อนไปใบงาน Present Continuous และให้ท่องเป็นชุด is กับ -ing คู่กันเสมอ
- Yesterday I go ... ใช้กริยารูปปกติในอดีต: เด็กรู้กฎแต่ไม่ได้เลือกกาลเอง ให้วงคำบอกเวลาในประโยคของตัวเองก่อนส่งงาน
- I didn't went. ใช้อดีตซ้อนสองที่: ย้ำว่า did รับหน้าที่บอกอดีตไปแล้ว
- more bigger ใช้สองวิธีซ้อนกัน: ให้นับพยางค์ของคุณศัพท์ก่อนเลือกว่าจะเติม -er หรือใช้ more
เช็คท้ายหน่วยด้วยงานเขียนสั้น ไม่ใช่ใบงานอีกแผ่น
ใบงานแบบเลือกคำตอบบอกได้ว่าเด็กรู้กฎ แต่ไม่ได้บอกว่าเด็กใช้กฎได้ ท้ายแต่ละหน่วยให้เด็กเขียนสามประโยคเกี่ยวกับตัวเองด้วยโครงสร้างที่เพิ่งเรียน เช่น สามสิ่งที่ทำเมื่อวันหยุด หรือสามสิ่งที่จะทำปิดเทอม ครูอ่านได้ทั้งห้องในไม่กี่นาที และเห็นทันทีว่าใครเลือกกาลเองได้แล้ว ใครยังต้องย้อนกลับไปใบงานก่อนหน้า
ใบงานที่พูดถึงในบทความนี้






