ข้ามไปยังเนื้อหา
Krufahda

ใบงานวิทยาศาสตร์ ป.1-ป.6 แยกตามสาระ ชีวภาพ กายภาพ โลกและอวกาศ ใช้ทั้งสอนและเช็คพื้นฐาน

รวมใบงานวิทยาศาสตร์ประถมตามสาระชีวภาพ กายภาพ โลกและอวกาศ พร้อมแนวใช้เช็คความรู้เดิมและชวนคุยจากข้อผิดที่พบบ่อย

ใบงานวิทยาศาสตร์ ป.1-ป.6 แยกตามสาระ ชีวภาพ กายภาพ โลกและอวกาศ ใช้ทั้งสอนและเช็คพื้นฐาน
เผยแพร่เมื่อ อ่าน 6 นาที
แชร์บทความ:FacebookLINE

ถ้าถามเด็ก ป.4 ว่าไฟมีชีวิตไหม หลายคนตอบว่ามี เพราะไฟเคลื่อนที่ได้ โตได้ และกินเชื้อเพลิง เด็กไม่ได้ตอบมั่ว เด็กใช้เกณฑ์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ป.1 และไม่มีใครเคยตรวจว่าเกณฑ์นั้นยังใช้ได้อยู่ไหม วิทยาศาสตร์ประถมจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มความรู้ใหม่ทุกปี แต่เป็นการกลับไปซ่อมความเข้าใจเดิมด้วย

หลักสูตรแกนกลางฯ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 แบ่งวิทยาศาสตร์เป็นสาระวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรื่องเดียวกันมักกลับมาหลายครั้งในชั้นที่สูงขึ้นและลึกขึ้นทุกรอบ ใบงานวิทยาศาสตร์ของครูฟ้าดาทำไว้ในระดับพื้นฐาน เช่น วงกลม เติมคำ เขียนชื่อส่วนต่าง ๆ จึงใช้ได้สองแบบ คือใช้สอนและฝึกตรง ๆ ใน ป.1-3 และใช้เช็คความรู้เดิมก่อนเปิดบทใน ป.4-6 ชั้นที่ระบุในบทความนี้อิงหนังสือเรียนของ สสวท. โดยทั่วไป โรงเรียนที่ใช้แบบเรียนอื่นอาจเรียงต่างออกไป

เริ่มปีด้วยความปลอดภัย ไม่ว่าชั้นไหน

ก่อนการทดลองครั้งแรกของปี ใช้ใบงานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ให้วงกลมว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย แล้วให้ทั้งห้องช่วยกันตั้งกติกาห้องทดลองสามข้อเขียนติดไว้หน้าห้อง เด็กจะจำกติกาที่ตัวเองตั้งได้ดีกว่ากติกาที่ครูอ่านให้ฟัง

สาระชีวภาพ สิ่งมีชีวิต พืช สัตว์ และร่างกาย

ใบงานสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ที่ให้วงกลมและกากบาท คือที่ที่ความเข้าใจผิดเรื่องไฟเริ่มต้น เด็กมักใช้การเคลื่อนที่เป็นเกณฑ์เดียว จึงจัดรถยนต์ ไฟ หรือดวงอาทิตย์เป็นสิ่งมีชีวิต และจัดเมล็ดพืชเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ให้เด็กเช็คหลายข้อพร้อมกัน เช่น ต้องการอาหาร หายใจ เติบโต สืบพันธุ์ได้ ถ้าไม่ครบ ยังสรุปไม่ได้

เรื่องพืชวนกลับมาหลายรอบ ใบงานส่วนประกอบของพืช ที่ให้เขียนชื่อส่วนของพืช ใช้ได้ตั้งแต่ ป.1 ที่เรียนชื่อส่วนต่าง ๆ และใช้อีกครั้งใน ป.4 ที่เรียนหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอก ใบงานการเจริญเติบโตของพืช ที่ให้เรียงลำดับการเติบโต ตรงกับ ป.2 ที่เรียนว่าพืชต้องการน้ำและแสง และวัฏจักรชีวิตของพืชดอก

ใบงานวงจรชีวิตของสัตว์ ที่ให้เขียนชื่อระยะ ตรงกับ ป.3 ใบงานร่างกายและประสาทสัมผัส ที่ให้เขียนอวัยวะรับสัมผัส ใช้ได้ตั้งแต่ ป.1 และเป็นพื้นฐานของระบบอวัยวะที่เรียนในชั้นสูงขึ้น ส่วนห่วงโซ่อาหารซึ่งอยู่ใน ป.5 มีสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ นักสำรวจป่าใหญ่: ห่วงโซ่อาหาร ใช้เปิดบทได้

สาระกายภาพ วัสดุ สสาร แรง และพลังงาน

ใบงานวัสดุรอบตัว และใบงานสมบัติของวัสดุ เป็นคู่ที่ใช้ต่อกัน ป.1 เริ่มจากบอกว่าของทำจากวัสดุอะไร ป.2 และ ป.4 ต่อด้วยสมบัติ เช่น ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน ใบงานของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ที่ให้เขียนสถานะของสสาร ตรงกับ ป.4 ข้อที่เด็กมักติดคือคิดว่าแก๊สไม่ใช่สสาร เพราะมองไม่เห็น ให้เป่าลูกโป่งแล้วถามว่าอะไรอยู่ข้างใน มันกินที่และมีมวลหรือไม่

ใบงานแม่เหล็ก ที่ให้เขียนว่าดูดได้หรือดูดไม่ได้ ตรงกับ ป.3 ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือแม่เหล็กดูดโลหะทุกชนิด ความจริงคือดูดเฉพาะบางชนิด เช่น เหล็ก แต่ไม่ดูดอะลูมิเนียมหรือทองแดง ให้เด็กทดลองกับกระป๋องอะลูมิเนียมและคลิปหนีบกระดาษจริงก่อนเขียนคำตอบ ใบงานเสียง ที่ให้เขียนสิ่งที่ทำให้เกิดเสียง ใช้เปิดบทเรื่องเสียงใน ป.5 ได้ ให้เด็กแตะคอตัวเองตอนพูด จะรู้สึกถึงการสั่น ซึ่งเป็นแนวคิดหลักว่าเสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุ

ใบงานไฟฟ้าเบื้องต้น ที่ให้วงกลมว่าใช้ไฟฟ้าหรือไม่ เป็นพื้นฐานก่อนเรื่องพลังงานไฟฟ้าใน ป.3 และวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายใน ป.6 ใช้ถามต่อได้ว่าเครื่องใช้แต่ละอย่างเปลี่ยนไฟฟ้าเป็นพลังงานแบบไหน

สาระโลกและอวกาศ ท้องฟ้า ระบบสุริยะ ดิน และหิน

ใบงานโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ใช้กับเรื่องกลางวันกลางคืนใน ป.3 และดวงจันทร์ใน ป.4 ความเข้าใจผิดสองข้อที่ควรตรวจคือ ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่รอบโลกจึงเกิดกลางวันกลางคืน และดวงจันทร์มีแสงในตัวเอง ความจริงคือกลางวันกลางคืนเกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง และดวงจันทร์สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ ใช้ไฟฉายกับลูกบอลในห้องที่ปิดไฟสาธิตได้ภายในห้านาที

ใบงานระบบสุริยะ ตรงกับ ป.4 ใบงานดิน ตรงกับ ป.2 ที่เรียนส่วนประกอบและชนิดของดิน ให้เด็กเอาดินจากสนามโรงเรียนมาดูด้วยแว่นขยายคู่กัน ใบงานหินและแร่ ใช้ได้ทั้ง ป.1 ที่ดูลักษณะภายนอกของหิน และใช้เช็คพื้นฐานก่อนเรื่องหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรใน ป.6

ใช้ใบงานพื้นฐานเช็คความรู้เดิมใน ป.4-6

ครู ป.4-6 อาจคิดว่าใบงานวงกลมคำตอบง่ายเกินไปสำหรับเด็กโต แต่ความง่ายนี้คือข้อดีเมื่อใช้เปิดบท เพราะเด็กทำเสร็จในห้านาที และครูได้เห็นความเข้าใจผิดก่อนเริ่มสอน วิธีใช้มีสามขั้น

  • แจกใบงานเรื่องที่เด็กเคยเรียนมาแล้ว เช่น ใบงานของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ก่อนเปิดบทสถานะของสสาร ให้ทำคนเดียวโดยไม่ต้องเก็บคะแนน
  • ให้เด็กเขียนเหตุผลสั้น ๆ ข้างคำตอบที่ไม่แน่ใจ เหตุผลบอกครูได้มากกว่าคำตอบ เช่น เด็กที่เขียนว่าไอน้ำไม่ใช่แก๊สเพราะมองเห็นได้ กำลังสับสนระหว่างไอน้ำกับละอองน้ำเล็ก ๆ ที่ลอยเป็นควันขาว
  • เก็บข้อที่ผิดซ้ำกันหลายคนมาเป็นคำถามเปิดบท แทนการเริ่มบทด้วยนิยาม

ทุกใบงานต่อจากของจริง ไม่ใช่แทนของจริง

ใบงานวิทยาศาสตร์ได้ผลที่สุดเมื่อเด็กได้สังเกตของจริงก่อน แม้จะเป็นการสังเกตเพียงห้านาที เช่น ถอนต้นหญ้ามาดูรากก่อนทำใบงานส่วนประกอบของพืช หรือลองใช้แม่เหล็กกับของในกล่องดินสอก่อนทำใบงานแม่เหล็ก ใบงานจึงทำหน้าที่จัดระเบียบสิ่งที่เด็กเพิ่งเห็น ไม่ใช่ให้เด็กจำคำตอบจากภาพวาด

ใบงานวิทยาศาสตร์ทุกใบมีทั้งฉบับคำสั่งภาษาไทยและฉบับคำสั่งภาษาอังกฤษ ห้อง EP และ MEP จึงใช้ชุดเดียวกับห้องปกติได้

สำหรับผู้ปกครองที่บ้าน

คำถามที่ดีที่สุดเรื่องวิทยาศาสตร์คือ ทำไมคิดอย่างนั้น ถ้าลูกบอกว่าดวงจันทร์ส่องแสงเอง อย่าเพิ่งแก้ ให้ถามว่ารู้ได้อย่างไร แล้วชวนสังเกตดวงจันทร์ด้วยกันหลาย ๆ คืน ลูกจะเห็นว่ารูปร่างของดวงจันทร์เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเรียนเรื่องดวงจันทร์ที่โรงเรียน

ใบงานที่พูดถึงในบทความนี้

แชร์บทความ:FacebookLINE